วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2557 เวลา 00:33 น.
สภาทนายความเชียงใหม่
   ประธานสภาทนายความจังหวัด
   สถานที่ตั้ง
   ค้นหารายชื่อทนายความ

Friday   2557
อาพฤ
      2 
3  9 
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
31        

รวม Link | ดูทั้งหมด













::บทความวันนี้
 บทความ - -> สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของผู้เสียหายที่ถูกกระทำผิดในคดีอาญา
เรียบเรียง โดยนายพรศักดิ์ สังข์สังวาลย์ ประธานสภาทนายความ จ.เชียงใหม่

การใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายของผู้เสียหายที่ถูกกระทำผิดในคดีอาญา

                                                                        โดยนายพรศักดิ์ สังข์สังวาลย์

ประธานสภาทนายความจังหวัดเชียงใหม่

            ท่านอาจจะเคยได้รับทราบเกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมาย ในการให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญามาบ้างแล้ว และอาจจะสงสัยว่าสิทธิของผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องจากถูกกระทำความผิดในทางอาญานั้น มีบทบัญญัติของกฎหมายใดที่ให้ความคุ้มครองดูแลผู้เสียหายบ้าง

        โดยทั่วไปเมื่อผู้เสียหายที่ได้ความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญา เช่น ถูกฆ่า หรือ ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ หรือ ถึงแก่ความตาย ถูกข่มขืน ถูกฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ หรือ ปล้นทรัพย์ หรือถูกทำให้แท้งลูก หรือได้รับบาดเจ็บหรือตาย จากการกระทำโดยประมาทจากบุคคลอื่น หรือถูกทำให้เสียทรัพย์ หรือถูกบุกรุก หรือถูกหมิ่นประมาท หรือถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ เป็นต้น ย่อมสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำความผิดได้โดยการฟ้องเป็นคดีแพ่งให้ผู้กระทำผิดชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดได้ตามกฎหมาย แต่การใช้สิทธิดังกล่าวอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนายความ และค่าขึ้นศาล (ค่าขึ้นศาล ร้อยละ 2 ของทุนทรัพย์ หรือ กรณีที่ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท เสียค่าขึ้นศาลไม่เกิน 1,000 บาท) และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดี ซึ่งอาจจะทำให้ผู้เสียหายมีความรู้สึกว่าตนเองถูกกระทำและได้ความเสียหายแล้วยังจะต้องเสียเงิน เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในการฟ้องค่าเสียหายอีก ทำไมกฎหมายถึงไม่ให้ความคุ้มครองหรือดูแลเขาบ้างเลย บางคนถึงกับถอดใจไม่ขอใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้กระทำผิดเลยก็มี

              ปัญหาดังกล่าวมีทางแก้ไข ซึ่งผู้เสียหายสามารถขอใช้สิทธิเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนแพ่ง หรือ ขอรับความช่วยเหลือเพื่อเยียวยาความเสียหาย อันเนื่องจากถูกกระทำความผิดทางอาญาได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม หรือค่าทนายความ ดังนี้

 
1.สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายส่วนแพ่งในคดีอาญา

            นอกจากการใช้สิทธิเรียกร้องด้วยการยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งในมูลละเมิดดังกล่าว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา44/1 บัญญัติให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายที่จะขอใช้สิทธิบังคับให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพราะเหตุได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดอาญาของจำเลย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.1 ผู้มีสิทธิยื่น

            ต้องเป็นผู้เสียหายที่ได้ความเสียหายจากการกระทำความผิดอาญา ซึ่งหมายรวมถึงผู้เป็นบิดาหรือมารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นสามีหรือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นผู้สืบสันดานหรือทายาท ของผู้เสียหาย ในกรณีผู้เสียหายถูกกระทำถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้

1.2 กำหนดระยะเวลาในการยื่น
ต้องยื่นเป็นคำร้องต่อศาล ในคดีอาญาที่ผู้กระทำความผิดถูกฟ้อง ภายในกำหนดระยะ ดังนี้

             1.กรณีที่คดีต้องมีการสืบพยาน ได้แก่คดีที่จำเลยให้การปฏิเสธ หรือ คดีที่จำเลยให้การรับสารภาพแต่เป็นคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ต้องยื่นคำร้องก่อนที่ศาลจะเริ่มสืบพยานคดีนั้น

            2.กรณีที่คดีไม่มีการสืบพยาน ได้แก่ คดีที่จำเลยให้การรับสารภาพ และคดีอาญานั้นมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องยื่นคำร้องก่อนศาลมีคำพิพากษา

             การใช้สิทธิดังกล่าว หากผู้เสียหายมีฐานะยากจนสามารถร้องขอให้ศาลจัดหาทนายความ เพื่อดำเนินคดีในส่วนแพ่งได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และยังไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล หรือค่าธรรมเนียมด้วย

 
2.สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากรัฐบาล
            ผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ได้อีกส่วนหนึ่งด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้
2.1.ผู้มีสิทธิยื่น

            ต้องเป็นผู้เสียหายที่ถูกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา  ที่เกี่ยวกับเพศ ตามมาตรา 276 ถึงมาตรา 287เช่น ถูกข่มขืน หรือ ถูกอนาจาร เป็นต้น หรือความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย มาตรา 288 ถึง 308 เช่น ถูกฆ่า หรือทำร้ายร่างกาย หรือ ทำให้แท้งลูก หรือถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง เป็นต้น

2.2.จำนวนเงินที่จะได้การช่วยเหลือ
กรณี ความเสียหายไม่ถึงแก่ชีวิต จะได้การช่วยเหลือดังนี้
1.ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน30,000 บาท
2.ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน20,000 บาท
3.ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างที่ไม่สามารถประกอบอาชีพการงานได้ตามปรกติ วันละไม่เกิน200 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
กรณี ความเสียหาย ถึงแก่เสียชีวิต จะได้รับความเสียหายดังนี้
1.ค่าตอบแทนกรณีถึงแก่ความตาย ตั้งแต่30.000 บาทแต่ไม่เกิน 100,000 บาท
2.ค่าจัดการศพ จำนวน20,000 บาท
3.ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ไม่เกิน30,000 บาท
4.ค่าเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่เกิน30,000 บาท
2.3.กำหนดระยะเวลาในการยื่น
ต้องยื่นคำขอรับเงินตอบแทน ภายใน1 ปีนับจากเกิดเหตุ
2.4. เอกสารที่ต้องใช้ประกอบคำขอ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อตัว/ชื่อสกุล (ถ้ามี)
-หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้เสียหายไม่สามารถดำเนินการเองได้)
            - หนังสือให้ความยินยอม(กรณีมีทายาทหลายคน)
            - หนังสือหลักฐานค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
- หลักฐานค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสมรรถภาพ
- หลักฐานในการประกอบอาชีพ หรือ รายได้
- ใบมรณะบัตรของผู้เสียหาย(กรณีเสียชีวิต)
2.5. สถานที่ยื่นคำขอ
ส่วนกลาง:ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม  
ต่างจังหวัด : ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานบังคับคดี เรือนจำจังหวัด ทัณฑสถาน สถานพินิจ และสำนักงานควบคุมประพฤติทุกจังหวัดทั่วประเทศ
 

            สิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิที่กฎหมายบัญญัติ เพื่อให้ความคุ้มครองและช่วยเหลือแก่ผู้เสียหาย ที่ได้รับความเสียหายอันเนื่องจากถูกกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งผู้เสียหายสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าว โดยไม่ต้องเสียค่าใช้ธรรมเนียม หรือ ค่าทนายความ แต่อย่างไรก็ตามการที่ผู้เสียหายจะต้องทำคำร้องเพื่อขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นด้วยเอง อาจจะไม่สะดวกหรือทำเองไม่ได้ เพราะเหตุที่ไม่มีความรู้ทางกฎหมาย หรือ เหตุอื่นใดก็ตาม ผู้เสียหายสามารถขอคำปรึกษาจากทนายความอาสาของสภาทนายความได้ที่ศาลจังหวัด หรือ สำนักงานประธานสภาทนายความจังหวัด หรือ สภาทนายความ ได้ในวันและเวลาราชการ และหากผู้เสียหายมีความประสงค์จะขอใช้สิทธิดังกล่าว ก็ยังสามารถขอรับความช่วยทางกฎหมายต่อสภาทนายความ   เพื่อจัดหาทนายความดำเนินคดีให้แก่ผู้เสียหายได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

         1.ยื่นขอรับความช่วยเหลือได้ที่สภาทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 7/89 อาคาร10 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02-6291430 หรือ สำนักงานประธานสภาทนายความจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดี และค่าเสียหายที่ควรได้รับจากคู่กรณี

          2.ผู้ร้องไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น
          3.เมื่อ สภาทนายความ พิจารณาแล้ว เห็นว่าผู้ร้องเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และมีฐานะยากจน ก็จะแต่งตั้งทนายความ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ร้องโดยไม่ต้องเสียค่าทนายความ  
          4.เอกสารที่ใช้ เพื่อประกอบการขอรับความช่วยเหลือได้แก่


  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียหายหรือ ผู้ยื่นเรื่อง
  • สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี
  • ใบมรณะบัตร(กรณีเสียชีวิต)
  • สำเนาคำฟ้องของพนักงานอัยการ
  • ใบรับรองแพทย์(ถ้ามี)
  • ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล
  • เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
หมายเหตุ

- หากท่านมีปัญหาข้อกฎหมาย สามารถขอรับคำปรึกษาจากทนายความอาสาของสภาทนายความได้ทุกจังหวัดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ สามารถติดต่อได้ที่ ศาลจังหวัดเชียงใหม่(บริเวณห้องพักประชาชน) หรือศาลแขวงเชียงใหม่ บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าศาล (ชั้น 3) หรือ สำนักงานประธานสภาทนายความ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหนองหอย ถนนมหิดล ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-141638-9 ในวันและเวลาราชการ

 

-หากท่านมีฐานะยากจนและไม่ได้ความเป็นธรรมท่านสามารถขอรับการช่วยเหลือทางคดี ต่อสภาทนายความ เพื่อจัดหาทนายความให้แก่ท่าน โดยไม่ต้องเสียค่าทนายความ ซึ่งท่านสามารถยื่นขอเรื่องได้ ณ สำนักงานประธานสภาทนายความจังหวัดทุกจังหวัด หรือ สำนักงานกรรมการสภาทนายความ ภาค 1- 9 หรือ สภาทนาย ความ ได้ในวันและเวลาราชการ
  โดย :lawyerscm  โพสเมื่อ : 05 กรกฎาคม 2554  เวลา :13:19:01[ อ่าน  1205 ]

Copy Right by Lawyers Council of Chiang Mai Thailand.